วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

ประวัติความเป็นมาของงานประดับมุกกกก

...ประวัติความเป็นมา...



จากหลักฐานทางโบราณคดี การประดับมุกในประเทศไทย มีการทำมาตั้งแต่สมัยทราวดี โดยพบที่ชิ้นส่วนปูนปั้นประดับองค์เจดีย์ ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี อายุประมาณ ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว สมัยต่อมาก็มีการประดับมุกที่พระเนตรของพระพุทธรูป สำหรับหลักฐานอื่นๆ ไม่พบ อาจเป็นเพราะเกิดการเสื่อมสลายไป
ในสมัยศรีวิชัย ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ ในสมัยเชียงแสน พบหลักฐานเพียงหนึ่งชิ้น คือ พระพุทธบาทไม้ประดับมุก เป็นภาพมลคล ๑๐๘ ภาพเขาพระสุเมรุ ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่ หลักฐานอื่นๆ ไม่ปรากฏ
รูป พระพุทธบาทไม้ประดับมุก

สมัยลพบุรี ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ อาจเป็นเพราะในช่วงเวลาดังกล่าวได้รับอิทธพลมาจากขอม เทวรูปจะใช้วัตถุมีค่าประดับเทวรูป เช่น แผ่นเงิน ทอง เครื่องประดับอื่นๆ ทำจากหินมีค่า

สมัยสุโขทัย ไม่พบหลักฐานใดๆ เช่นกัน
สมัยอยุธยา ศิลปะการช่างแขนงต่างๆ ได้เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด งานประดับมุกก็เช่นกัน หอยมุกนี้ถือเป็นวัตถุมีค่า หัวเมืองประเทศราช ทางแถบภาคใต้ต้องส่งเป็นบรรณาการ เข้ามายังเมืองหลวงตามวาระต่างๆ ตามหลักฐานตัวอักษรจารึกเกี่ยวกับการประดับมุกชิ้นแรก ในสมัยพระเจ้าบรมโกศ ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีบทบาทมากมาก คือ การสร้างบานประตูประดับมุกถวายพระอารามหลวงถึง ๓ แห่ง เพราะมีจารึกตัวอักษรไว้ที่บานประตูดังกล่าว
  1. ๑. บานประตูพระอุโบสถประดับมุก ที่วัดบรมพุทธาราม(กรุงเก่า) ซึ่งเป็นต้นแบบอยู่ที่หอพระมณเทียรธรรม ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร

รูป บานประตูพระอุโบสถประดับมุก
ที่วัดบรมพุทธาราม(กรุงเก่า)

  1. ๒. บานหน้าต่างและบานประตูประดับมุกพระวิหารหลวง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก

รูป บานหน้าต่างและบานประตูประดับมุกพระวิหารหลวง  
  1. ๓. วิหารพระพุทธไสยยาสน์ วัดป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ปัจจุบันอยู่ที่วิหารยอด (พระเศวตกุฎาคาร) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร

 รูป วิหารพระพุทธไสยยาสน์
วัดป่าโมก จังหวัดอ่างทอง 


สมัยธนบุรี ไม่ปรากฏหลักใดๆ
สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๓๒๕ รัชกาลที่ ๑ ทรงสร้างพระบรมมหาราชวัง และวัดประจำวังคือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยใช้ช่างสมัยอยุธยา ถอดแบบในสมัยกรุงเก่า จึงเริ่มมีการทำบานประตูประดับมุก บานหน้าต่างประดับมุก โดยยึดคติความเชื่อเดิมจากสมัยอยุธยา วัดพระพุทธบาทสระบุรี รัชกาลที่ ๑ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างไปทำบานประตูประดับมุกอีกแห่งหนึ่ง

รูป บานประตูประดับมุก สมัยรัชกาลที่ 1

ในรัชกาลที่ ๒ ไม่นิยมให้ช่างทำบานประตูและหน้าต่างประดับมุก แต่รัชกาลที่ ๒ ทรงโปรดที่จะทรงสลักบานประตูเอง ปัจจุบันบานประตูดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร


รูป บานประตูสลัก ในสมัยรัชกาลที่ 2

รัชกาลที่ ๓ ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน วัดประจำรัชกาลคือ วัดราชโอรสาราม (วัดราชโอรส) มีลายประดับมุกเป็นลายมังกรดั้นเมฆ เป็นลายแบบจีน นอกจากนั้นยังมีบานประตูประดับมุกพระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นเรื่องรามเกียรติ์ รัชกาลที่ ๓ เปลี่ยนคติความเชื่อจากการนับถือเทพ ๓ องค์ โดยใช้เรื่องรามเกียรติ์ทำเป็นบานประตู และที่วัดนางนอง วัดนางชี ลวดลายจีน สันนิฐานว่าเป็นช่างชาวจีนทั้งหมด


รูป บานประตูที่วัดนางนอง

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

งานประดับมุกกกก....

....งานประดับมุก......



งานช่างประดับมุก จัดเป็นงานประณีตศิลป หรือ งานมัณฑนาศิลปะประเภทหนึ่ง ที่ทำสำเร็จขึ้นด้วยกระบวนการช่างประดับมุก ซึ่งเรียกตามๆ กันมาว่า “เครื่องประดับมุก” หรือ “เครื่องมุก” ที่ทำขึ้นด้วยเปลือกหอยทะเลชนิดหนึ่ง เรียกกันตามภาษาช่างว่า "หอยมุก" นำมาตัดแบ่งเป็นชิ้นย่อย แล้วโกรกทำให้เป็นลวดลายแบบต่างๆ นำมาประดับ ติดลงบนพื้นผิวภายนอกของ "ศิลปภัณฑ์" อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อตกแต่ง "ศิลปภัณฑ์" นั้นให้เกิดมีศิลปลักษณะ งามพร้อมไปด้วยกระบวนลวดลายแบบต่างๆ และ สีสันของผิวชิ้นหอยมุกที่ได้รับการประดับตกแต่งขึ้นไว้นั้น
งานช่างประดับมุกก็ดี ความนิยมที่มีต่องานประดับมุกก็ดี ย่อมเนื่องมาจากผู้คนแต่ก่อนเห็นสำคัญ แล้วจัดการสร้างทำขึ้น จึงเกิดมีงานเครื่องประดับมุก และกระบวนการช่างประดับมุกเป็นขนบนิยม ขึ้นในวงการช่างสิบหมู่สมัยหนึ่ง เป็นที่ยอมรับและนิยมกันในภายหลัง และได้รับการผดุงรักษาสร้างสรรค์ ต่อเนื่องกันมาโดยมิได้ขาดหาย
การช่างประดับมุก จึงเป็นงานช่างที่จะต้องดำเนินงานร่วมกัน ด้วยช่างเขียนลาย ช่างตัด และ โกรกชิ้นมุก ช่างรัก และช่างประดับมุก ที่มีฝีไม้ลายมือทัดเทียมกัน จึงจะสร้างงานเครื่องประดับมุกสำเร็จเป็นงานดี มีคุณภาพ และคุณค่าพร้อม ดังนี้ งานเครื่องประดับมุก จึงเป็นงานประณีตศิลปหรืองานมัณฑนศิลป ที่ประมวลทั้งฝีมือและ ความสามารถของช่างสิบหมู่หลายช่างอยู่ด้วยกัน


รูปภาพ บานหน้าต่างพระอุโบสถประดับมุก
ลายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สมัยรัตนโกสินทร์

....มุก หอยมุก...



“มุก” หรือ “หอยมุก” เป็นชื่อหอยทะเล เปลือกของหอยมุก เป็นวัสดุดิบตามธรรมชาติ จัดเป็นวัสดุปัจจัยสำคัญ สำหรับงานประดับมุก
หอยมุก หรือ เปลือกหอยมุกชนิดหนึ่ง ที่ช่างประดับมุก นำมาใช้สำหรับงานประดับมุก เป็นหอยมุก ชนิดที่มีชื่อเรียก เฉพาะว่าMarbled Turban หรือ อย่างที่ชาวทะเลเรียกว่า “หอยอูด” แต่ในบรรดาช่างประดับมุก มักเรียกหอยมุกชนิดนี้ว่า “มุกไฟ” ทั้งนี้เนื่องด้วยผิวของเปลือกหอยชั้นในสุด เป็นสีขาวนวลมันวาว เมื่อรับแสงสว่าง หรือแสงไฟจะเป็นประกายออกเป็นสีต่างๆ ล้อแสงไฟ

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

ช่างประดับมุก

......ช่างประดับมุก......


เป็นงานช่างไทย แขนงหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ จำแนกแยกย่อยออกมาในหมู่งาน ช่างรัก
ซึ่งในงานช่างประดับมุก หมายถึง การช่างที่ใช้เปลือกหอยทะเลบางชนิด มาเลื่อย หรือ โกรก (ฉลุ) ประดับลงไปบนพื้นวัสดุ โดยมียางรัก เป็นตัวประสาน
งานประดับมุกเป็นงานฝีมือของช่างไทย ที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยการนำเปลือกหอยมาตกแต่ง อย่างระณีตบรรจง และมีศิลปะแบบไทยอย่างสวยงาม เปลือกหอยมุกมีสีประกายเป็นแสงรุ้ง เมื่อนำมาประกอบตกแต่งลงบนหุ่น หรือภาชนะ สิ่งของ บานประตู หน้าต่าง โต๊ะ ตู้พระธรรม ตู้พระไตรปิฏก และเครื่องใช้ต่างๆ โดยใช้ยางรักสีดำ เป็นตัวเชื่อมให้ชิ้นมุกเกาะติดฝังลงที่ภาชนะ ให้เป็นลวดลาย และนำมาขัดให้รักที่คลุมชิ้นมุกเรียบเสมอกัน มุกจะส่งประกายเมื่อต้องแสงสว่าง ดูแวววาวเมื่อตัดกับสีดำของยางรัก จะดูสวยงามมาก




...ความหมายของงานประดับมุก...


งานช่างประดับมุกคือ งานศิลปหัตถกรรมที่มีมาแต่โบราณเป็นานช่างฝีมือที่ต้องใช้ทักษะในการฉลุเปลือกหอยมุก ประดับเป็นลวดลาย ใช้ความประณีตและมีระยะเวลาในการทำงาน ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มในสมัยใด แต่มีผลงานที่มีการใช้วิธีการฝังมุกประดับเป็นลวดลายตกแต่งบนปูนปั้นที่เจดีย์ในสมัยทวาราวดี ในสมัยเชียงแสนมีการฝังมุกที่พระเนตรของพระพุทธรูป และมีหลักฐานการประดับมุกหลายอย่างในสมัยอยุธยา ประเทศใกล้เคียงที่มีวิธีการประดับมุกคล้ายของไทย คือจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม มุกที่นำมาประดับลวดลายคือเปลือกหอยทะเลที่มีประกายสีรุ้ง เป็นเปลือกหอยมุกมีสีวาววาม เช่น หอยนมสาว หอยจอบ หอยอูด เป็นต้น การประดับมุกนิยมประดับเป็นลวดลายบนภาชนะของสงฆ์และพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือว่าเป็นของใช้ชั้นสูง ได้แก่ ตู้พระมาลัย ธรรมาสน์ ตะลุ่ม พานแว่นฟ้า ฝาบาตร กล่องใส่หมากพลู และประดับเป็นลวดลายบนบานประตูวิหาร บานประตูมณทป บานประตูพระอุโบสถ ลวดลายที่ใช้นิยมใช้ลายไทย เช่น ลายกนก ลายประจำยามก้ามปู ลายพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ ลายกระจัง ลายก้านขด หรือลวดลายที่เป็นเรื่องจากวรรณคดี เช่น รามเกียรติ์ ซึ่งช่างประดับมุกจะต้องมีความชำนาญออกแบบลวดลายให้เหมาะสมสัมพันธ์กับรูปทรงของภาชนะหรือบริเวณว่างที่ต้องใช้ลวดลายมุกประดับ ให้มีความสวยงามกลมกลืนกัน


วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2555

งานประดับมุก

 วัสดุที่เป็นปัจจัยสำหรับงานประดับมุก...


วัสดุที่เป็นปัจจัยสำหรับงานประดับมุก นอกจากมุก หรือหอยมุกแล้ว ยังมีวัสดุที่เป็นส่วนประกอบร่วมในงาน ประดับมุกดังต่อไปนี้
  1. - รักน้ำเกลี้ยง
  2. - รักเช็ด
  3. - สมุก
  4. - ฝุ่นถ่านเขากวาง
  5. - ผงกระเบื้องดินเผา

เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในงานประดับมุก

งานประดับมุก เป็นงานช่างฝีมือชั้นสูง ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือต่างๆ ช่วยในการทำงาน ประกอบด้วย

             ตะไบ มี ตะไบแบน ตะไบท้องปลิง ตะไบสามเหลี่ยม ตะไบหางหนู ตะไบรูปคมมีด


รูปภาพ ตะไบแบบต่างๆ สำหรับใช้ตะไปหอยมุกที่ฉลุลายแล้ว

  1. คันเลื่อยโกรก และใบเลื่อย


รูปภาพ คันเลื่อยฉลุลาย

  1. ปากกามือ
  2. ปากคีบ
  3. แปรงทองเหลือง
  4. กระดานสำหรับผสมและทาสมุก
  5. ม้าไม้สำหรับงานโกรกชิ้นมุก