จากหลักฐานทางโบราณคดี การประดับมุกในประเทศไทย มีการทำมาตั้งแต่สมัยทราวดี โดยพบที่ชิ้นส่วนปูนปั้นประดับองค์เจดีย์ ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี อายุประมาณ ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว สมัยต่อมาก็มีการประดับมุกที่พระเนตรของพระพุทธรูป สำหรับหลักฐานอื่นๆ ไม่พบ อาจเป็นเพราะเกิดการเสื่อมสลายไป
ในสมัยศรีวิชัย ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ ในสมัยเชียงแสน พบหลักฐานเพียงหนึ่งชิ้น คือ พระพุทธบาทไม้ประดับมุก เป็นภาพมลคล ๑๐๘ ภาพเขาพระสุเมรุ ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่ หลักฐานอื่นๆ ไม่ปรากฏ
| รูป พระพุทธบาทไม้ประดับมุก |
สมัยลพบุรี ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ อาจเป็นเพราะในช่วงเวลาดังกล่าวได้รับอิทธพลมาจากขอม เทวรูปจะใช้วัตถุมีค่าประดับเทวรูป เช่น แผ่นเงิน ทอง เครื่องประดับอื่นๆ ทำจากหินมีค่า
สมัยสุโขทัย ไม่พบหลักฐานใดๆ เช่นกัน
สมัยอยุธยา ศิลปะการช่างแขนงต่างๆ ได้เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด งานประดับมุกก็เช่นกัน หอยมุกนี้ถือเป็นวัตถุมีค่า หัวเมืองประเทศราช ทางแถบภาคใต้ต้องส่งเป็นบรรณาการ เข้ามายังเมืองหลวงตามวาระต่างๆ ตามหลักฐานตัวอักษรจารึกเกี่ยวกับการประดับมุกชิ้นแรก ในสมัยพระเจ้าบรมโกศ ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีบทบาทมากมาก คือ การสร้างบานประตูประดับมุกถวายพระอารามหลวงถึง ๓ แห่ง เพราะมีจารึกตัวอักษรไว้ที่บานประตูดังกล่าว
- ๑. บานประตูพระอุโบสถประดับมุก ที่วัดบรมพุทธาราม(กรุงเก่า) ซึ่งเป็นต้นแบบอยู่ที่หอพระมณเทียรธรรม ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
![]() |
| รูป บานประตูพระอุโบสถประดับมุก ที่วัดบรมพุทธาราม(กรุงเก่า) |
- ๒. บานหน้าต่างและบานประตูประดับมุกพระวิหารหลวง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก
![]() |
| รูป บานหน้าต่างและบานประตูประดับมุกพระวิหารหลวง |
- ๓. วิหารพระพุทธไสยยาสน์ วัดป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ปัจจุบันอยู่ที่วิหารยอด (พระเศวตกุฎาคาร) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
![]() |
| รูป วิหารพระพุทธไสยยาสน์ วัดป่าโมก จังหวัดอ่างทอง |
สมัยธนบุรี ไม่ปรากฏหลักใดๆ
สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๓๒๕ รัชกาลที่ ๑ ทรงสร้างพระบรมมหาราชวัง และวัดประจำวังคือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยใช้ช่างสมัยอยุธยา ถอดแบบในสมัยกรุงเก่า จึงเริ่มมีการทำบานประตูประดับมุก บานหน้าต่างประดับมุก โดยยึดคติความเชื่อเดิมจากสมัยอยุธยา วัดพระพุทธบาทสระบุรี รัชกาลที่ ๑ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างไปทำบานประตูประดับมุกอีกแห่งหนึ่ง
![]() |
| รูป บานประตูประดับมุก สมัยรัชกาลที่ 1 |
ในรัชกาลที่ ๒ ไม่นิยมให้ช่างทำบานประตูและหน้าต่างประดับมุก แต่รัชกาลที่ ๒ ทรงโปรดที่จะทรงสลักบานประตูเอง ปัจจุบันบานประตูดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร
![]() |
| รูป บานประตูสลัก ในสมัยรัชกาลที่ 2 |
รัชกาลที่ ๓ ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน วัดประจำรัชกาลคือ วัดราชโอรสาราม (วัดราชโอรส) มีลายประดับมุกเป็นลายมังกรดั้นเมฆ เป็นลายแบบจีน นอกจากนั้นยังมีบานประตูประดับมุกพระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นเรื่องรามเกียรติ์ รัชกาลที่ ๓ เปลี่ยนคติความเชื่อจากการนับถือเทพ ๓ องค์ โดยใช้เรื่องรามเกียรติ์ทำเป็นบานประตู และที่วัดนางนอง วัดนางชี ลวดลายจีน สันนิฐานว่าเป็นช่างชาวจีนทั้งหมด
![]() |
| รูป บานประตูที่วัดนางนอง |









