เป็นงานช่างไทย แขนงหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ จำแนกแยกย่อยออกมาในหมู่งาน ช่างรัก
ซึ่งในงานช่างประดับมุก หมายถึง การช่างที่ใช้เปลือกหอยทะเลบางชนิด มาเลื่อย หรือ โกรก (ฉลุ) ประดับลงไปบนพื้นวัสดุ โดยมียางรัก เป็นตัวประสาน
งานประดับมุกเป็นงานฝีมือของช่างไทย ที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยการนำเปลือกหอยมาตกแต่ง อย่างระณีตบรรจง และมีศิลปะแบบไทยอย่างสวยงาม เปลือกหอยมุกมีสีประกายเป็นแสงรุ้ง เมื่อนำมาประกอบตกแต่งลงบนหุ่น หรือภาชนะ สิ่งของ บานประตู หน้าต่าง โต๊ะ ตู้พระธรรม ตู้พระไตรปิฏก และเครื่องใช้ต่างๆ โดยใช้ยางรักสีดำ เป็นตัวเชื่อมให้ชิ้นมุกเกาะติดฝังลงที่ภาชนะ ให้เป็นลวดลาย และนำมาขัดให้รักที่คลุมชิ้นมุกเรียบเสมอกัน มุกจะส่งประกายเมื่อต้องแสงสว่าง ดูแวววาวเมื่อตัดกับสีดำของยางรัก จะดูสวยงามมาก
...ความหมายของงานประดับมุก...
งาน ช่าง ประดับมุกคือ งานศิลปหัตถกรรม ที่ มี มา แต่ โบราณเป็นาน ช่าง ฝี มือ ที่ ต้อง ใช้ ทักษะ ใน การ ฉลุ เปลือก หอย มุก ประดับ เป็น ลวด ลาย ใช้ ความ ประณีต และ มี ระยะ เวลา ใน การ ทำ งาน ไม่ปรากฏหลัก ฐาน แน่ ชัด ว่า เริ่ม ใน สมัย ใด แต่ มี ผล งาน ที่ มี การ ใช้ วิธี การ ฝัง มุก ประดับ เป็น ลวด ลาย ตก แต่ง บน ปูน ปั้น ที่ เจดีย์ ใน สมัย ทวา ราว ดี ใน สมัย เชียง แสน มี การ ฝัง มุก ที่ พระ เนตร ของ พระ พุทธ รูป และ มี หลัก ฐาน การ ประดับ มุก หลาย อย่าง ใน สมัย อยุธยา ประเทศ ใกล้ เคียง ที่ มี วิธี การ ประดับ มุก คล้าย ของ ไทย คือ จีน ญี่ปุ่น และ เวียดนาม มุก ที่ นำ มา ประดับ ลวด ลาย คือ เปลือก หอย ทะเล ที่ มี ประกาย สี รุ้ง เป็น เปลือก หอย มุก มี สี วาว วาม เช่น หอย นม สาว หอย จอบ หอย อูด เป็น ต้น การ ประดับ มุก นิยม ประดับ เป็น ลวด ลาย บน ภาชนะ ของ สงฆ์ และ พระ มหา กษัตริย์ ซึ่ง ถือ ว่า เป็น ของ ใช้ ชั้น สูง ได้ แก่ ตู้ พระ มาลัย ธรรมาสน์ ตะ ลุ่ม พาน แว่น ฟ้า ฝา บาตร กล่อง ใส่ หมาก พลู และ ประดับ เป็น ลวด ลาย บน บาน ประตู วิหาร บาน ประตูมณทป บาน ประตู พระ อุโบสถ ลวด ลาย ที่ ใช้ นิยม ใช้ ลาย ไทย เช่น ลาย กนก ลาย ประจำ ยาม ก้าม ปู ลาย พุ่ม ทรง ข้าว บิณฑ์ ลาย กระจัง ลาย ก้าน ขด หรือ ลวด ลาย ที่ เป็น เรื่อง จาก วรรณคดี เช่น รามเกียรติ์ ซึ่ง ช่าง ประดับ มุก จะ ต้อง มี ความ ชำนาญ ออก แบบ ลวด ลาย ให้ เหมาะ สม สัมพันธ์กับรูป ทรง ของภาชน ะหรือ บริเวณ ว่าง ที่ ต้อง ใช้ ลวด ลาย มุก ประดับ ให้ มี ความ สวย งาม กลม กลืน กัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น