วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

ช่างประดับมุก

......ช่างประดับมุก......


เป็นงานช่างไทย แขนงหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ จำแนกแยกย่อยออกมาในหมู่งาน ช่างรัก
ซึ่งในงานช่างประดับมุก หมายถึง การช่างที่ใช้เปลือกหอยทะเลบางชนิด มาเลื่อย หรือ โกรก (ฉลุ) ประดับลงไปบนพื้นวัสดุ โดยมียางรัก เป็นตัวประสาน
งานประดับมุกเป็นงานฝีมือของช่างไทย ที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยการนำเปลือกหอยมาตกแต่ง อย่างระณีตบรรจง และมีศิลปะแบบไทยอย่างสวยงาม เปลือกหอยมุกมีสีประกายเป็นแสงรุ้ง เมื่อนำมาประกอบตกแต่งลงบนหุ่น หรือภาชนะ สิ่งของ บานประตู หน้าต่าง โต๊ะ ตู้พระธรรม ตู้พระไตรปิฏก และเครื่องใช้ต่างๆ โดยใช้ยางรักสีดำ เป็นตัวเชื่อมให้ชิ้นมุกเกาะติดฝังลงที่ภาชนะ ให้เป็นลวดลาย และนำมาขัดให้รักที่คลุมชิ้นมุกเรียบเสมอกัน มุกจะส่งประกายเมื่อต้องแสงสว่าง ดูแวววาวเมื่อตัดกับสีดำของยางรัก จะดูสวยงามมาก




...ความหมายของงานประดับมุก...


งานช่างประดับมุกคือ งานศิลปหัตถกรรมที่มีมาแต่โบราณเป็นานช่างฝีมือที่ต้องใช้ทักษะในการฉลุเปลือกหอยมุก ประดับเป็นลวดลาย ใช้ความประณีตและมีระยะเวลาในการทำงาน ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มในสมัยใด แต่มีผลงานที่มีการใช้วิธีการฝังมุกประดับเป็นลวดลายตกแต่งบนปูนปั้นที่เจดีย์ในสมัยทวาราวดี ในสมัยเชียงแสนมีการฝังมุกที่พระเนตรของพระพุทธรูป และมีหลักฐานการประดับมุกหลายอย่างในสมัยอยุธยา ประเทศใกล้เคียงที่มีวิธีการประดับมุกคล้ายของไทย คือจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม มุกที่นำมาประดับลวดลายคือเปลือกหอยทะเลที่มีประกายสีรุ้ง เป็นเปลือกหอยมุกมีสีวาววาม เช่น หอยนมสาว หอยจอบ หอยอูด เป็นต้น การประดับมุกนิยมประดับเป็นลวดลายบนภาชนะของสงฆ์และพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือว่าเป็นของใช้ชั้นสูง ได้แก่ ตู้พระมาลัย ธรรมาสน์ ตะลุ่ม พานแว่นฟ้า ฝาบาตร กล่องใส่หมากพลู และประดับเป็นลวดลายบนบานประตูวิหาร บานประตูมณทป บานประตูพระอุโบสถ ลวดลายที่ใช้นิยมใช้ลายไทย เช่น ลายกนก ลายประจำยามก้ามปู ลายพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ ลายกระจัง ลายก้านขด หรือลวดลายที่เป็นเรื่องจากวรรณคดี เช่น รามเกียรติ์ ซึ่งช่างประดับมุกจะต้องมีความชำนาญออกแบบลวดลายให้เหมาะสมสัมพันธ์กับรูปทรงของภาชนะหรือบริเวณว่างที่ต้องใช้ลวดลายมุกประดับ ให้มีความสวยงามกลมกลืนกัน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น